การปลูกมันสำปะหลัง
การปลูกมันสำปะหลัง โดย นายเจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์การเลือกที่ พื้นที่ที่จะใช้ปลูกมันสำปะหลังต้องเป็นที่ดอน น้ำไม่ขัง และดินมีการระบายน้ำดีถ้าเป็นที่ลุ่มระบายน้ำไม่ดี จะทำให้หัวมันสำปะหลังเน่าปลูกไม่ได้ผลผลิต แต่ถ้าเป็นที่น้ำท่วมไม่ถึงมันสำปะหลังสามารถขึ้นได้ ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำปลูกพืชไร่อื่นไม่ได้ผล ก็ใช้ปลูกมันสำปะหลังได้แต่จะปลูกให้ได้ผลผลิตสูงนั้น ต้องเป็นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ดินที่เหมาะสมควรเป็นดินร่วนเพราะสะดวกต่อการเก็บเกี่ยว ฤดูปลูก ในบ้านเราสามารถปลูกได้ตลอดปีหลังเก็บเกี่ยวแล้ว การปลูกทำได้โดยไถที่เตรียมไว้พอฝนตกก็พรวนดินแล้วปลูกได้ทันที ความชื้นจะพอให้มันสำปะหลังงอก แม้จะมีฝนเพียงครั้งเดียวกสิกรในจังหวัดชลบุรี ระยอง และนครราชสีมาปลูกมันสำปะหลังกันตลอดปี ส่วนจังหวัดอื่นๆ ปลูกมากในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ตามผลการทดลองของกรมวิชาการเกษตร พบว่าปลูกมันสำปะหลังในเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม จะให้ผลผลิตสูง การเตรียมดินและการปลูก ควรไถก่อนปลูก๒-๓ ครั้ง และให้ลึกไม่น้อยกว่า ๘-๑๐ นิ้ว เพื่อให้ดินร่วนซุยและปราศจากวัชพืช ไม่จำเป็นต้องยกร่อง ส่วนที่ใช้ปลูก คือ ลำต้นมันสำปะหลังตัดเป็นท่อนยาวประมาณ ๒๕ เซนติเมตร เรียกว่าท่อนพันธุ์ การปลูกด้วยเมล็ดไม่เหมาะสำหรับการปลูกเป็นการค้า เพราะเมล็ดหายาก ส่วนมากใช้เฉพาะในการผสมพันธุ์เพื่อหาพันธุ์ใหม่ ส่วนของท่อนพันธุ์ที่ใช้ปลูกควรเลือกจากต้นที่สมบูรณ์ เลือกใช้ท่อนพันธุ์จากส่วนกลางและส่วนของโคนลำต้น ควรเก็บต้นที่จะปลูกไว้ในที่ร่มและวางในลักษณะตั้ง จะเก็บได้นานกว่าการวางนอน ระยะปลูกใช้ระยะระหว่างแถว ๑ เมตร ระยะระหว่างต้นประมาณ ๐.๗-๑ เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วย ถ้าดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำก็ใช้ระยะระหว่างต้นแคบกว่านี้ได้ การปลูกควรตัดต้นมันสำปะหลังเป็นท่อนๆ ในวันที่ปลูกให้ได้ท่อนพันธุ์ยาวท่อนละประมาณ ๒๕ เซนติเมตรวิธีปลูกใช้ท่อนพันธุ์ที่ตัดเป็นท่อนปักลงไปบนดินโดยการปักเอียงประมาณ ๔๕ องศา วิธีนี้ทำได้สะดวกและได้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกโดยขุดหลุมปลูกในแนวราบ แต่ในขณะที่ดินมีความชื้นน้อยวิธีขุดหลุมปลูกในแนวราบแล้วกลบจะงอกได้ดีกว่าการปลูกโดยวิธีปักท่อนพันธุ์นี้ต้องปักเอาตาขึ้น การปลูกเอาตาลงดินผลผลิตจะต่ำ
การแทงร่องโดยใช้วัวลากไถเข้าพรวนดิน เพื่อกำจัดวัชพืช
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
หัวข้อ
การบำรุงรักษา
การใส่ปุ๋ย
โรคและแมลง
การเก็บหัว
การบำรุงรักษา
เนื่องจากวัชพืช เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผลผลิตของมันสำปะหลังลดลง และระยะที่วัชพืชจะรบกวนมันสำปะหลังมากที่สุด คือระยะที่มันสำปะหลังยังเล็กอยู่อายุ ๑-๒ เดือนแรก ดังนั้นหลังจากปลูกมันสำปะหลังแล้วประมาณ ๑ เดือนก็ต้องกำจัดวัชพืชเป็นครั้งแรก การกำจัดวัชพืชมักใช้แรงงานสัตว์ เช่น โคหรือกระบือลากไถเข้าพรวนดินระหว่างแถว ซึ่งกสิกรมักเรียกกันว่า "แทงร่อง" ส่วนวัชพืชที่ยังเหลืออยู่ในแถวก็ใช้จอบถาก หลังจากที่แทงร่องแล้ว โคหรือกระบือตัวหนึ่งสามารถแทงร่องได้ประมาณ วันละ ๑๐ ไร่ การใช้แรงงานสัตว์เข้าพรวนดินดังกล่าวช่วยให้การกำจัดวัชพืชทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยทั่วไปกสิกรมักจะกำจัดวัชพืช ๒-๓ ครั้งซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณของวัชพืช พอมันสำปะหลังโตคลุมพื้นที่แล้ว คือ อายุประมาณ ๔-๕ เดือนเป็นต้นไป การกำจัดวัชพืชก็ไม่จำเป็นแล้ว [กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การใส่ปุ๋ย
การปลูกพืชติดต่อกันเป็นเวลานานและนำผลผลิตออกไปทุกปีนั้น พืชจะดึงเอาปุ๋ยออกไปจากดิน ถ้าไม่มีการใส่ปุ๋ยบำรุงดิน ดินจะมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำลง ทำให้ผลผลิตพืชต่ำลงด้วย ถึงแม้มันสำปะหลังจะเป็นพืช ซึ่งต้องการปุ๋ยไม่มากกว่าพืชไร่ชนิดอื่น แต่การปลูกมันสำปะหลังก็ต้องใส่ปุ๋ยบำรุงดินอยู่เสมอ เพื่อให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินยังคงอยู่ การปลูกมันสำปะหลังจึงจะได้ผลผลิตสูงอยู่เสมอ ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ที่ทางกรมวิชาการเกษตรแนะนำให้ใช้กับมันสำปะหลัง ได้แก่ปุ๋ยสูตร ๘-๘- ๘ อัตรา ๑๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยสูตร ๑๖-๑๖-๑๖ หรือ ๑๕-๑๕-๑๕ อัตรา ๕๐ กิโลกรัมต่อไร่ วิธีใส่ปุ๋ยนั้นเริ่มใส่เมื่อมันสำปะหลังมีอายุ ๑ เดือน ใส่หลังจากที่กำจัดวัชพืชครั้งแรกแล้ว โดยใช้ปุ๋ยโรยเป็นแถวห่างจากโคนต้นประมาณ ๖ นิ้วแล้วพรวนดินกลบ การใส่ปุ๋ยอินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยพืชสดนั้น จะช่วยให้ดินอุ้มน้ำและระบายน้ำและอากาศดีขึ้น แต่การใช้ปุ๋ยอินทรียวัตถุต้องใส่ปุ๋ยในอัตราสูง เช่น จำนวน ๑ ตันต่อไร่หรือมากฃกว่านี้ เพราะปุ๋ยอินทรียวัตถุมีธาตุอาหารน้อย และต้องใส่ปุ๋ยก่อนปลูก แล้วไถกลบลงไปในดิน ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มันสำปะหลังอายุ ๑ ปี จะได้ผลผลิตประมาณ ๔-๕ ตันต่อไร่ถ้าปลูกติดต่อกันหลายๆ ปีโดยไม่ใส่ปุ๋ยผลผลิตในปีหลังๆ จะลดลงเหลือประมาณ ๒ ตันต่อไร่ ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลผลิตสูง ๔-๕ ตันต่อไร่อยู่เสมอจึงควรใส่ปุ๋ยทุกครั้งที่ปลูก ดังคำขวัญของกรมวิชาการเกษตรที่ว่า "ปลูกมันใส่ปุ๋ยคุยได้ ผลผลิตมาก รายได้สูง ดินเสื่อมช้า"[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
โรคและแมลง
มันสำปะหลังที่ปลูกในประเทศไทยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลงน้อยกว่าพืชไร่ชนิดอื่น แม้จะมีโรคและแมลงบางชนิดระบาดอยู่ แต่ไม่ทำความเสียหายอย่างรุนแรง ถึงกับทำให้ต้นมันสำปะหลังตายหรือไม่ได้ผลผลิต โรคของมันสำปะหลังที่พบทั่วไปในประเทศไทย ได้แก่ ๑. โรคใบจุด เกิดจากเชื้อรา เซอร์คอสปอรา(Cercospora sp.) โรคนี้พบอยู่ทั่วไปในต้นมันสำปะหลังที่ปลูก อาการที่เกิด เกิดขึ้นที่ใบ ใบจะเป็นแผลจุดกลมๆ สีน้ำตาลกว้างประมาณ ๑ เซนติเมตรแต่ไม่ทำลายความเสียหายมากนักการป้องกันกำจัด เนื่องจากโรคนี้ไม่ทำความเสียหายมากทางเศรษฐกิจ กสิกรผู้ปลูกจึงไม่จำเป็นฃที่จะต้องใช้ยาออร์โทไซด์ (Orthocide) ฉีด ในปัจจุบัน พันธุ์ต้านทานโรคนี้ในประเทศไทยยังไม่มี ๒. โรคใบด่าง (Mosaic) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่ร้ายแรงระบาดอยู่ทั่วไปในทวีปแอฟริกา และในประเทศอินเดีย ไม่พบระบาดในประเทศไทยอาการของโรคใบจะด่างหงิกงอ สังเคราะห์แสงได้น้อยลง ผลผลิตจะต่ำ ระบาดได้โดยการนำเอาท่อนพันธุ์จากต้นที่เป็นโรคไปปลูก และระบาดได้โดยแมลงหวี่ขาว (White fly) เป็นพาหะ วิธีป้องกันกำจัดที่ได้ผล คือ เวลาปลูกควรนำท่อนพันธุ์จากต้นไม่เป็นโรคไปปลูก เมื่อพบต้นที่ปรากฏอาการก็นำไปเผาไฟทิ้ง และใช้พันธุ์ที่ต้านทานปลูกแมลงที่สำคัญ ไรแดง (Red spider mite) พบระบาดอยู่ทั่วไปในประเทศไทย แต่ไม่ทำความเสียหายมากนักฃจะระบาดในระยะฤดูแล้งและอากาศร้อน ไรแดงจะขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว แต่หลังจากฝนตก ฝนจะชะเอาไรแดงไป ไรแดงจะขยายพันธุ์ได้น้อยการระบาดจะหายไป ถ้าระบาดมากใช้ยาเคลเทน (Kelthane) ฉีดได้ผลแมลงศัตรูชนิดอื่นๆ ก็มี เช่น เพลี้ยแป้งเพลี้ยหอย และปลวก แต่ทำความเสียหายให้มันสำปะหลังในบางท้องที่เท่านั้น [กลับหัวข้อหลัก]
ใบมันสำปะหลังที่ถูกไรแดงทำลาย
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การเก็บหัว
รากมันสำปะหลังจะเริ่มพองเป็นหัวเมื่ออายุประมาณ ๒ เดือน และจะเจริญเติบโตเรื่อยไป โดยมีการสะสมแป้งมากขึ้น เมื่อมันสำปะหลังมีอายุมากขึ้นผลผลิตก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย จากการทดลองพบว่าเมื่ออายุ ๖ เดือนให้ผลผลิต ๑.๓ ตัน/ไร่ายุ ๑๒ เดือนให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น ๔.๔ ตัน/ไร่และเมื่อมีอายุ ๑๘ เดือนให้ผลผลิตสูงถึง ๗ ตัน/ไร่ส่วนอัตราส่วนต่อร้อยของแป้งในหัวมันสำปะหลังไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนัก รายละเอียดต่างๆ ดังแสดงในตารางที่ ๗
ตารางที่ ๗ แสดงผลผลิตและปริมาณแป้งสะสมในหัวมันสำปะหลังเมื่ออายุต่างกัน
อายุเก็บเกี่ยว(เดือน)
เปอร์เซ็นต์แป้ง
ปริมาณแป้ง(กก./ไร่)
ผลผลิต(กก./ไร่)
เปอร์เซ็นต์ผลผลิตเปรียบเทียบ กับอายุ ๑๒ เดือน
๖๘๑๐๑๒๑๔๑๖
๑๙.๖๗๒๗.๔๐๒๖.๓๙๒๓.๔๓๒๖.๖๖๒๗.๕๖
๒๕๑.๖๖๓๘.๐๗๕๖.๘๑,๐๒๐.๙๑,๑๗๐.๔๑,๗๑๒.๐
๑,๓๑๖๒,๓๔๐๒,๘๗๑๔,๓๗๕๔,๙๔๔๖,๒๑๑
๓๐.๐๘๕๓.๔๙๖๕.๒๒๑๐๐.๐๐๑๑๔.๑๕๑๔๑.๙๗ โดยทั่วไปชาวไร่จะเก็บเกี่ยวหัวมันสำปะหลังเมื่ออายุ ๑๒ เดือน บางครั้งกสิกรต้องการใช้เงินเร็ว หรือเมื่อมันสำปะหลังมีราคาดีก็รีบเก็บเกี่ยวเมื่ออายุน้อยกว่า ๑๒ เดือน แต่กสิกรที่มีฐานะดีหรือเมื่อมันสำปะหลังราคาถูก ก็อาจจะทิ้งไว้เก็บเกี่ยวเมื่ออายุมากขึ้น แต่หัวมันสำปะหลังที่อายุมากกว่า ๑๒ เดือน หัวมักใหญ่และแข็งไม่เป็นที่ต้องการของตลาด การถอนหัวมันสำปะหลัง ทำได้โดยก่อนจะถอนใช้มีดตัดต้นออกเหลือตอทิ้งไว้สั้นๆ เพื่อใช้ดึงในที่ดินไม่แข็งก็ถอนได้ง่าย โดยใช้มือดึงขึ้นมาเลยถ้าดึงไม่ขึ้นหรือมีหัวตกค้างอยู่ในดินก็ต้องใช้จอบขุดเมื่อถอนหัวมันสำปะหลังแล้วก็ใช้มีดสับหัวมันสำปะหลังให้ขาดจากต้นรวบรวมหัวส่งไปจำหน่าย ไม่ควรปล่อยหัวมันสำปะหลังทิ้งไว้ในไร่หลายวันจะทำให้หัวมันสำปะหลังเสีย
ป้ายกำกับ: การปลูก, มันสำปะหลัง

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]
<< หน้าแรก