Custom Search

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

การทะนุบำรุงมันฝรั่ง

การทะนุบำรุงมันฝรั่ง โดย นายไสว พงษ์เก่า และนายโสภณ สินธุประมา


หัวข้อ

โรคและแมลง
การให้น้ำและการกำจัดวัชพืช
การใส่ปุ๋ย
โรคและแมลง

๑. โรค เออร์ลีไบลท์ ใบเป็นจุด เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อราออลเทอร์นาเรีย โซลานี (Alternaria solani) ลักษณะอาการที่เกิดในมันฝรั่ง คือ ตามใบล่างจะเป็นจุดกลมๆ กระจัดระจายอยู่ทั่วไปแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองในระยะต่อมา จุดเหล่านั้นจะขยายใหญ่ขึ้นทำให้เนื้อเยื่อตรงที่เป็นโรคนี้แห้งตายไป และลักษณะคล้ายรอยไหม้
๒. โรค เลทไบลท์ (late blight) หรือ ดาวนี มิลดิว (downy mildew) หรือโรคใบไหม้ โรคนี้เกิดจากเชื้อราไฟทอฟทอราอินเฟสทานา (Phytophthora infestana) โรคนี้ทำความเสียหายแก่มันฝรั่งมากที่สุด ในปี พ.ศ. ๒๔๘๘-๒๔๘๙ ปรากฏว่าชาวไอร์แลนด์ถึงกับอดอยากล้มตายเป็นจำนวนมากเนื่องจากมันฝรั่งที่ปลูกไว้ถูกทำลายด้วยโรคนี้
โรคนี้จะทำอันตรายแก่มันฝรั่งในขณะที่สภาพดินฟ้าอากาศชุ่มชื้นและเย็น มันฝรั่งที่เป็นโรคจะมีใบเป็นจุด หรือแผลสีน้ำตาลหรือม่วงดำโดยมีขนาดต่างๆ กัน และขยายตัวลุกลามไปอย่างรวดเร็ว ตามบริเวณขอบแผลจะเห็นเป็นวงซ้อนกัน และที่ด้านล่างตรงกันข้ามกับแผล จะสังเกตเห็นเป็นฝ้าขาวซึ่งเป็นกลุ่มของสปอร์ที่ราผลิตขึ้น โรคนี้อาจพบตามบริเวณส่วนต่างๆ ของลำต้นได้ เชื้อราระบาดไปกับหัวมันที่ใช้เป็นพันธุ์ปลูกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเมื่อนำหัวที่มีเชื้อโรคไปปลูก เชื้อโรคนี้ก็จะเจริญขึ้นมาพร้อมกับหน่อมันฝรั่ง โรคนี้จะเป็นกับต้นมันฝรั่งทุกขนาดไม่จำกัดอายุ หัวที่เป็นโรคจะเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล หรือม่วงแล้วยุบเน่าทั้งหัว หัวที่เป็นโรคเมื่อผ่าดูเมล็ดแป้งจะเป็นจุดสีแดงอิฐ
วิธีป้องกันและกำจัดโรคเออร์ลีและเลทไบลท์
๑. ใช้หัวมันจากแหล่งที่ปราศจากโรค
๒. ฉีดยาป้องกันรา ซึ่งมีส่วนประกอบของทองแดง เช่น คูพราวิท (Cupravit) ไซเนบ (Zineb) มาเนบ (Maneb) และคอพเพอร์ ออกซีคลอไรด์ (Copper oxychloride) ทุกๆ ๕-๗ วันเมื่ออากาศผิดปกติ
๓. ใช้พันธุ์ที่ต้านทานโรค
๔. เผาทำลายส่วนที่เป็นโรคทิ้งเสีย
๓. โรค คอมมอนสแคบ (common scab) เป็นโรคที่เกิดมาจากเชื้อรา แอกติโนไมแซส สแคบีส์ (Actinomyces scabies) เมื่อเกิดขึ้นกับหัวมันฝรั่ง จะมีลักษณะคล้ายหูด โรคนี้จะเจริญเติบโตได้ดีในดินที่สภาพเป็นด่าง ในดินที่มีสภาพเป็นกรดเล็กน้อยก็สามารถเกิดโรคนี้ได้ การใช้ปูนขาวและปุ๋ยคอกในการปลูกมันฝรั่งในดินทั่วๆ ไป ยกเว้นในดินที่มีสภาพเป็นกรด เป็นการเพิ่มเชื้อโรคสแคบให้มีจำนวนมากขึ้น โรคนี้จะเจริญเติบโตได้ดี เมื่อความชื้นในดินน้อยกว่าความชื้นที่พอเหมาะสำหรับการปลูกมันฝรั่ง ดินที่มีสภาพเป็นกรด โรคนี้เจริญเติบโตได้ไม่ดี
วิธีป้องกันและกำจัด ในต่างประเทศใช้กำมะถันผงอัตรา ๖๕-๑๓๐ กิโลกรัมต่อไร่ หว่านลงไปในดินจะช่วยเปลี่ยนสภาพของดินให้เป็นกรดได้บ้าง และในบางทีเมื่อมันฝรั่งเป็นโรคนี้แล้วใช้ฟอร์มาลดีไฮด์อุ่นๆ หรือสารละลายเมอร์คิวริกคลอไรด์ อ่อนๆ ฉีดไปบนต้นมันฝรั่งอาจทำลายเชื้อราได้บ้าง

แมลงที่ทำลายมันฝรั่งเท่าที่พบในภาคเหนือเช่น ที่สถานีกสิกรรมแม่โจ้ และฝาง ได้แก่
๑. หนอนต่างๆ เช่น หนอนของผีเสื้อกลาง คืน มีลักษณะลำตัวลายสีดำหรือสีเทายาวประมาณ ๑ นิ้ว โดยจะกัดโคนต้นมันฝรั่งหลังจากงอกและเจริญเติบโตพ้นพื้นดินแล้วในเวลากลางคืน ส่วนเวลากลางวันจะอยู่ใต้ผิวดินใกล้กับโคนต้นมันฝรั่งเข้าใจว่าหนอนพวกนี้ ไม่ชอบแสงแดด หนอนเหล่านี้นอกจากจะทำลายมันฝรั่งแล้ว ยังทำลายผัก เช่นคะน้า หอมหัวใหญ่อีกด้วย
วิธีกำจัด โดยใช้ ดีดีที ๕๐% อัตรา ๑ช้อนโต๊ะพูนต่อน้ำ ๑ ปีบ หรือใช้ยาเอนดริน (Endrin) ๒๐% อัตรา ๑๕ ซีซี ต่อน้ำ ๑ ปีบ ฉีดทุกๆ ๑๕-๒๐วัน ข้อควรระวังก็คือ ยาพวกนี้เป็นพิษต่อสัตว์เลือดอุ่น ฉะนั้นควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
๒. เพลี้ย เพลี้ยเป็นแมลงพวกปากดูดโดยจะดูดน้ำเลี้ยงตามใบมันฝรั่ง และชะงักการเจริญเติบโต ลดผลผลิต นอกจากนี้เพลี้ยยังเป็นพาหะนำโรคใบด่างม้วน โมเสคลิฟรอลล์ (Mosaic leafroll) และโรคอื่นๆ อีกด้วย
วิธีกำจัด ใช้ยามาลาไธออน (Malathion) ๒๕-๓๐ ซีซี ต่อน้ำ ๑ ปีบ หรืออาจจะใช้โฟลิดอลอี ๖๐๕ (Folidol E.605) ๑ ซีซี ต่อน้ำ ๑ ปีบสำหรับยา ดีดีที ไม่ควรใช้เพราะไม่สามารถทำลาย เพลี้ยได้เลย นอกจากจะช่วยทวีจำนวนเพลี้ยให้มากขึ้น เนื่องจากตัวยา ดีดีที ทำลายแมลงที่เป็นประโยชน์ คือตัวห้ำเสียหมด
[กลับหัวข้อหลัก]

โรคใบม้วนอันเกิดจากเชื้อไวรัส



โรคใบไหม้เกิดจากเชื้อรา



โรคคอมมอนสแคบ เกิดจากเชื้อรา




การให้น้ำและการกำจัดวัชพืช

ปัญหาเรื่องการให้น้ำมันฝรั่งนั้น เป็นปัญหาที่สำคัญมาก ถ้าให้น้ำมากเกินไปจะทำให้หัวมันฝรั่งเน่า แต่ถ้าให้น้อยเกินไปจะทำให้ต้นมันฝรั่งเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ฉะนั้นการให้น้ำควรจะให้เพียงพอแก่ความต้องการ คือ ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไปโดยสังเกตความชุ่มชื้นในดินเป็นหลัก มันฝรั่งที่ปลูกในดินทรายและมีอากาศร้อน ควรให้น้ำบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในขณะที่มันฝรั่งกำลังเจริญเติบโตฃการให้น้ำแก่มันฝรั่ง ควรกระทำบ่อยครั้ง แต่ระวังอย่างให้เปียกแฉะ
เมื่อกลบดินหลังจากปลูกแล้ว ไม่จำเป็นต้องรดน้ำ เพราะในเดือนตุลาคม หรือพฤศจิกายนดินทั่วๆ ไปยังชุ่มชื้นอยู่ การรดน้ำบ่อยครั้งเพื่อเร่งให้ต้นงอกออกมานั้น บางครั้งอาจทำให้หัวมันที่ฝังอยู่ในดินเน่าได้ เมื่อตางอกพ้นพื้นดินออกมาต้องคอยพรวนดินฆ่าวัชพืชต่างๆ ในแปลง ซึ่งส่วนมากจะงอกอยู่ก่อนตามันฝรั่งจะงอกโผล่ออกมาเหนือผิวดิน หลังจากพรวนดินแล้วควรตากดินทิ้งไว้หลายๆ วันเพื่อให้วัชพืชที่พรวนขึ้นมานั้นตายไป แล้วจึงรดน้ำให้ชุ่ม การพรวนดินต้องกระทำอยู่เสมอและบ่อยครั้ง ขณะเดียวกันก็ต้องพรวนกลบโคนต้นด้วย เพราะมันฝรั่งจะงอกหัวใหม่ออกมาบริเวณโคนต้น และหัวบางหัวจะโผล่เหนือผิวดิน ถ้าปล่อยให้ถูกแดดผิวเปลือกของหัวจะเป็นสีเขียวคล้ำไม่งาม และตลาดให้ราคาต่ำ
อุปกรณ์ที่ใช้รดน้ำก็คือ บัวรดน้ำ แต่ในปัจจุบันอาจใช้เครื่องสูบน้ำเข้าช่วย ซึ่งสะดวกและรวดเร็วกว่า วิธีการทดน้ำเข้าตามร่องข้างแปลงไม่ควรกระทำ เพราะจะทำให้ดินแน่นและการงอกหัวไม่ดี
การใส่ปุ๋ย

ใส่ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ๒ ครั้ง ครั้งแรกใส่เมื่อต้นงอกสูงขึ้นมา ๔-๖ นิ้ว ก่อนใส่ปุ๋ยต้องพรวนดินและตากทิ้งไว้ กะให้ดินแห้งพอสมควรจึงใส่ปุ๋ยผสมโดยวิธีโรยระหว่างต้นและระหว่างแถวพรวนดินกลบแล้วรดน้ำ การใส่ครั้งที่สองเว้นระยะห่างจากการใส่ครั้งแรก ๑ เดือน อัตราปุ๋ยที่ใส่ทั้งสองครั้งประมาณ ๘๐-๑๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ สูตรปุ๋ยที่ใช้จะเป็น ๘-๑๒-๑๖ หรือ ๘-๑๒-๑๒ หรือ ๘-๑๐-๑๕ ก็ได้ ทั้งนี้สุดแล้วแต่ชนิดของดิน ถ้าสังเกตเห็นว่าหลังจากใส่ปุ๋ยผสมแล้วประมาณ ๑๕-๒๐ วันลำต้นยังไม่อวบอ้วน ใบมีขนาดเล็กควรใช้ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต โรยบริเวณรอบโคนต้น ต้นละประมาณครึ่งช้อนแกง เสร็จแล้วรดน้ำเพื่อให้ปุ๋ยละลาย มีข้อสังเกตอยู่ประการหนึ่งสำหรับพันธุ์บินท์เจ ถ้ามีลำต้นอวบอ้วน และเป็นพุ่มใหญ่แล้วมันจะมีขนาดหัวใหญ่ด้วยเช่นเดียวกัน
การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ คือ พวกปุ๋ยคอกหรืออื่นๆนั้นจะทำให้ดินดีขึ้น ช่วยให้มันฝรั่งลงหัวดี และช่วยให้การระบายน้ำดีด้วย การใส่ปุ๋ยพวกนี้ส่วนมากจะใส่ก่อนปลูก โดยคลุกเคล้าให้เข้ากับดินในอัตราค่อนข้างสูงประมาณ ๑ ตันหรือมากกว่านั้น

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก